คลังเก็บ

วัดพระบรมธาตุนครศรีฯ

ผู้ที่มาท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช ต้องมาแวะสักการะ คือพระธาตุทองคำเมืองนคร

พระธาตุทองคำเมืองนคร
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

พระบรมธาตุ พระธาตุเมืองนครศรีธรรมราช วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นโบราณสถาน พระบรมธาตุจังหวัดนครศรีธรรมราช นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ ผู้ที่นับถือในพุทธศาสนา วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งอยู่กลางใจเมือง
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
ที่ตั้ง
ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

พิกัดแผนที่
ระวาง ๔๙๒๕ I ลำดับชุด L ๗๐๑๗ พิมพ์ครั้งที่ ๒ – RTSD จังหวัดนครศรีธรรมราช พิกัด ๔๗ PPK ๐๖๖๒๙๕
รุ้ง ๘ องศา ๒๔ ลิปดา ๓๐ ฟิลิปดา เหนือ
แวง ๙๙ องศา ๕๘ ลิปดา ๐๑ ฟิลิปดา ตะวันออก

สิ่งสำคัญของ พระบรมธาตุจังหวัดนครศรีธรรมราช
1. พระบรมธาตุเจดีย์
2. วิหารพระทรงม้า
3. วิหารเขียน
4. วิหารโพธิ์ลังกา
5. วิหารสามจอม
6. วิหารพระแอด
7. วิหารทับเกษตร
8. วิหารคด
9. วิหารธรรมศาลา
10. วิหารหลวง
11. วิหารโพธิ์พระเดิม
12. พระอุโบสถ
13. เจดีย์รายรอบพระบรมธาตุเจดีย์
14. โบราณวัตถุภายในวัด

พระบรมธาตุจังหวัดนครศรีธรรมราช
พระบรมธาตุจังหวัดนครศรีธรรมราช

ประวัติวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร พระบรมธาตุจังหวัดนครศรีธรรมราช

     วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เดิมเรียกว่า วัดพระบรมธาตุ เป็นวัดใหญ่ ตั้งอยู่ภายในเขตกำแพงเมืองโบราณค่อนมาทางทิศใต้ เนื้อที่ ๒๕ ไร่ ๒ งาน มีถนนราชดำเนินตัดผ่านหน้าวัด เข้าใจว่าเดิมคงเป็นถนนโบราณ ประวัติการสร้างวัดไม่มีหลักฐานปรากฎแน่ชัดนอกจากประวัติจากตำนานที่กล่าวถึงการก่อสร้างพระมหาธาตุ ซึ่งเป็นเอกสารที่เขียนขึ้นจากคำบอกเล่าภายหลังเหตุการณ์จริงเป็นเวลายาวนานมาก
     หลักฐานทางเอกสารที่ชัดเจนปรากฏขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กล่าวว่าวัดนี้เป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ต่อมาพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ อุปราชปักษ์ใต้ทรงอาราธนาพระสงฆ์จากวัดเพชรจริกมาดูแลรักษาวัด และคราวที่รัชกาลที่ ๖ เสด็จประพาสเมืองนคร ได้โปรดพระราชทานนามวัดว่า วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

พระนางเหมชาลาและเจ้าชายทนทกุมารพระธิดาและพระโอรสอัญเชิญพระทันตธาตุ
พระนางเหมชาลาและเจ้าชายทนทกุมารพระธิดาและพระโอรสผู้อัญเชิญพระทันตธาตุ

     ประวัติจากตำนานที่เล่าเรื่องการก่อสร้างพระบรมธาตุมีหลายสำนวน สามารถประมวลเนื้อหาได้ว่าเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน เมืองต่าง ๆ ในแว่นแคว้นชมพูทวีปได้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุไปเก็บรักษาเคารพบูชา มีเมืองหนึ่งชื่อเมืองทนธบุรี ได้พระทันตธาตุมาเก็บรักษาไว้ ต่อมามีกษัตริย์จากเมืองอื่นยกทัพมาเพื่อขอแบ่งพระทันตธาตุ กษัตริย์สิงหราชเจ้าเมืองทนธบุรีเห็นว่าจะรักษาเมืองไว้มิได้ จึงให้พระนางเหมชาลาและเจ้าชายทนทกุมารพระธิดาและพระโอรสอัญเชิญพระทันตธาตุ ลงเรือหนีไปลังกา เผอิญเรือกำปั่นถูกพายุพัด เรือแตก ทั้งสองพระองค์มาขึ้นฝั่ง ณ หาดทรายแก้ว แล้วฝังพระทันตธาตุไว้ เรื่องราวดำเนินต่อไปจนทั้งสองพระองคืได้กลับไปลังกาโดยมีพระทันตธาตุสวน หนึ่งยังฝังอยู่ที่หาดทรายแก้วต่อมาพระเจ้าศรีธรรมโศกราชได้มาพบพระทันตธาตุ และโปรดให้สร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและสร้างเมือง ณ หาดทรายแก้ว จนสำเร็จเมืองดังกล่าวก็คือ เมืองนครศรีธรรมราช

ประวัติ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

พระบรมธาตุเจดีย์ก็คือ พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช ซึ่งเชื่อกันว่าเดิมเป็นเจดีย์แบบอิทธิพลศิลปะศรีวิชัย คือเป็นเจดีย์ทรงมณฑป มีหลังคาเป็นสถูปห้ายอดคล้ายพระบรมธาตุเจดีย์ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๕ ต่อมาพระสถูปแบบศรีวิชัยทรุดโทรมลง จึงได้มีการสร้างเจดีย์องค์ใหญ่ทรงลังกาซึ่งเป็นเจดีย์องค์ปัจจุบันครอบไว้ เชื่อกันว่าในขณะนั้นคือราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ อิทธิพลพุทธศาสนาแบบลังกาในดินแดนนครศรีธรรมราชเข้มแข็งมาก นครศรีธรรมราชจึงได้รับอิทธิพลทั้งศาสนาและศิลปกรรมจากลังกา ศาสตราจารย์หม่อมเจ้า สุภัทรดิศ ดิศกุลทรงวินิจฉัยว่า พระบรมธาตุเจดีย์ปัจจุบันมีลักษณะคล้ายเจดีย์ กิริเวเทระ ในเมืองโบโลนนารุวะ ประเทศศรีลังกา สร้างในสมัยพระเจ้าปรากรมพาหุมหาราช ราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๘ พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชก็ควรสร้างหลังจากนั้นมาก
ส่วนสถาปัตยกรรมอื่น ๆ ภายในวัดพระมหาธาตุฯ ล้วนเป็นของที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาเป็นส่วนใหญ่จะมีสิ่งก่อสร้างในสมัย ธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้นอยู่บ้าง เช่น วิหารทับเกษตร วิหารพระแอด เป็นต้น

รูปแบบศิลปกรรมในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
     ศิลปกรรมที่เก่าแก่ที่สุดในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร คือ พระบรมธาตุเจดีย์ทรงลังกา อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ พระวิหารอื่น ๆ เช่น พระวิหารหลวง พระวิหารเขียน วิหารพระทรงม้า วิหารคด ฯลฯ สร้างในสมัยอยุธยา

การถือครองที่ดิน หรือผู้ดูแล
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

การใช้งานในปัจจุบัน
     เป็นวัดหลวง (พระอารามหลวง) ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร อาจกล่าวได้ว่าเป็นวัดที่สำคัญที่สุดวัดหนึ่ง ในพื้นที่ภาคใต้ มีโบราณวัตถุสถานที่สำคัญที่สุดคือ องค์พระบรมธาตุเจดีย์ ปลียอดทองคำ เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวใต้ตลอดมา

สภาพปัจจุบัน
      องค์พระบรมธาตุเจดีย์ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมาจากอดีต (ตั้งแต่สมัยอยุธยา) จนถึงปัจจุบัน โบราณสถานอื่น ๆ ได้รับการทำนุบำรุงดูแลรักษาจากวัดพระมหาธาตุฯ ตามสมควร

การประกาศขึ้นทะเบียน
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๓ ตอนที่ ๓๔ วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๔๗๙

การระวางแนวเขต
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม – ตอนที่ – วันที่ –

ประวัติการอนุรักษ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นโบราณสถาน
     
    
การบูรณะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เท่าที่ค้นคว้าได้มีดังต่อไปนี้
๑. สมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ พ.ศ. ๒๑๕๕ และ ๒๑๕๙ มีการซ่อมแผ่นทองที่ปลียอดพระบรมธาตุ
๒. สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. ๒๑๙๐ ยอดพระบรมธาตุได้ชำรุดหักลง และได้มีการซ่อมสร้างขึ้นใหม่
๓. สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พ.ศ. ๒๒๗๕ – ๒๓๐๑ มีการดัดแปลงทางเข้าพระสถูปพระบรมธาตุบริเวณวิหารพระทรงม้า
๔. สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช พ.ศ. ๒๓๑๒ ปฏิสังขรณ์พระอารามทั่วไปภายในวัด และโปรดให้สร้างวิหารทับเกษตรต่อออกจากฐานทักษิณรอบองค์พระธาตุ
๕. สมัยพระบาทพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัด) บูรณะพระวิหารหลวง วิหารทับเกษตร พระบรมธาตุที่ชำรุด
๖. สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่โดยพระครูเทพมุนี (ปาน) บูรณะกำแพงชั้นนอก วิหารทับเกษตร วิหารธรรมศาลา วิหารพระทรงม้า วิหารเขียน ปิดทองพระพุทธรูป
๗. สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. ๒๔๕๗ ติดตั้งสายล่อฟ้าองค์พระบรมธาตุเจดีย์
๘. สมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราช รัชกาลปัจจุบัน บูรณะโดยกรมศิลปากร ดังต่อไปนี้คือ
- พ.ศ. ๒๕๑๐ บูรณะปฏิสังขรณ์วิหารธรรมศาลา
- พ.ศ. ๒๕๑๕ – ๒๕๑๗ บูรณปฏิสังขรณ์ พระวิหารหลวงและพระอุโบสถ
- พ.ศ. ๒๕๒๐ บูรณะวิหารทับเกษตรส่วนหลังคา
- พ.ศ. ๒๕๒๒ จ้างสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย ( AIT) ทำการวิจัยและสำรวจโครงสร้าง ความมั่นคงแข็งแรงของฐานรากและตัวองค์พระบรมธาตุ
- พ.ศ. ๒๕๒๓ บูรณะวิหารทับเกษตรทั้งหลัง
- พ.ศ. ๒๕๒๔ ทำความสะอาดกำจัดคราบสกปรก เช่นตะไคร่น้ำ รา อุดรอยแตก อาบน้ำยา ป้องกันการดูดซึมที่องค์พระบรมธาตุเจดีย์
- พ.ศ. ๒๕๒๕ อนุรักษ์เจดีย์ทิศบนฐานทักษิณ ๔ องค์ กำแพงแก้วฐานทักษิณ ซ่อมเครื่องสูงซ่อมทางระบายน้ำ และปูนทับหลังคาทับเกษตร ทำความสะอาดคราบสกปรกและอาบน้ำยาป้องกันการดูดซึมของน้ำที่ผิวปูนฉาบอง๕พระบรมธาตุ
- พ.ศ. ๒๕๓๐ ซ่อมกลีบบัวทองคำที่ฉีกขาดเปราะบาง เสื่อมสภาพเป็นสนิม เสริมความมั่นคงแข็งแรงที่กลีบบัวปูนปั้น ในวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๓๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมธาตุโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมารเสด็จอัญเชิญแผ่นกลีบบัวทองคำขึ้นประดิษฐบนองค์พระบรมธาตุเจดีย์
- พ.ศ. ๒๕๓๓ บูรณะองค์พระบรมธาตุตั้งแต่วิหารทับเกษตรไปจนถึงระดับกลีบบัวคว่ำ – บัวหงายทองคำ
- พ.ศ. ๒๕๓๗ – ๒๕๓๘ บูรณะปลียอดทองคำพระบรมธาตุเจดีย์ และเสริมความมั่นคงปูนแกนในปลียอด ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๕๐ ล้านบาท สิ้นทองคำ ๑๔๑ บาท
- พ.ศ. ๒๕๓๙ บูรณะพระวิหารหลวง งบประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท
- พ.ศ. ๒๕๔๐ – ๒๕๔๒ บูรณะพระวิหารหลวง วิหารธรรมศาลา วิหารเขียน และพระระเบียงคด งบประมาณ ๓๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท
ที่มาของข้อมูล
๑. กรมศิลปากร. กองงานเฉพาะกิจบูรณะปฏิสังขรณ์ปลียอดทองคำพระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช (กกป.) การบูรณะปลียอดทองคำพระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช สิ้นสุดครึ่งหนึ่งตามแผนงาน. กรุงเทพฯ. ๒๕๓๗
๒. กรมศิลปากร. ข้อมูลการบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์ วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช เอกสารอัดสำเนาเย็บเล่ม. ๒๕๓๙
๓. ปรีชา นุ่นสุข และวิรัตน์ ธีระกุล. พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราชกับศิลปวัฒนธรรมและสังคม นครศรีธรรมราช. รายงานการสัมมนาประวัติศาสตร์ นครศรีธรรมราช ครั้งที่ ๔. ๒๕๒๙
๔. วิเชียร ณ นครและคณะ นครศรีธรรมราช. โรงพิมพ์อักษรสัมพันธ์. กรุงเทพฯ. ๒๕๒๑

อ้างอิงข้อมูลจาก ..สำนักศิลปากรที่ ๑๔ นครศรีธรรมราช กรมศิลปากร

วิหารธรรมศาลา

พระพุทธรูป ในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

พระพุทธรูปเก่า ในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

องค์จตุคาม-รามเทพ ในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

วิหารทับเกษตร พระธาตุเมืองนคร

ภายในวิหารทับเกษตร พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช

พระบรมธาตุเมืองนคร สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในพุทธศาสนา
พระบรมธาตุเมืองนคร สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในพุทธศาสนา

// //

ท่องเที่ยวเมืองสตูล

คำขวัญ สถานที่ท่องเที่ยว

“สตูล สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์”

ถ้ำภูผาเพชร…… เพชรเม็ดงามที่เจียรนัยแล้ว articleหมู่ที่ 9 ต.ปาล์มพัฒนา กิ่งอ.มะนังถ้ำภูผาเพชร  ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 9  บ้านควนดินดำ  ตำบลปาล์มพัฒนา  อำเภอมะนัง  อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอ 27  กิโลเมตร  ไปตามถนนที่ลาดยางตลอดสายจนถึงบริเวณถ้ำตั้งอยู่บนเทือกเขาหินปูน  ในเขตของทิวเขานครศรีธรรมราช  ซึ่งนิยมเรียกว่า  เขาบรรทัด  ปากถ้ำหันไปทางทิศตะวันออก  ทางขึ้นไม่ค่อยลาดชันนัก  ความสูงจากพื้นราบถึงปากถ้ำประมาณ 50 เมตร  ใช้เวลาในการเดินทางจากพื้นราบถึงจุดเข้าถ้ำราว  30  นาทีชื่อเดิมของถ้ำภูผาเพชร คือ “ถ้ำลอด  ถ้ำยาว หรือถ้ำเพชร”  เนื่องจากถ้ำมีความยาว  ลักษณะคดเคี้ยว  แบ่งเป็นหลายตอน ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย  เมื่อกระทบกับแสงไฟ  ผนังถ้ำมีประกายแวววาวเหมือนเพชร  จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำเพชรก่อน  ภายหลังชื่อเต็มอย่างเป็นทางการว่า  ถ้ำภูผาเพชร

ตามประวัติมีว่า  เมื่อปี พ.ศ. 2517  ครอบครัวของนายช่วงและนางแดง  รักทองจันทร์  ได้ย้ายเข้ามาอาศัยบริเวณถ้ำยาวเป็นครอบครัวแรก ล่วงมาปีพ.ศ. 2535  มีพระธุดงค์รูปหนึ่งมาตั้งสำนักบริเวณถ้ำยาว  อยู่ได้หนึ่งปีก็จากไป ก่อนจากไปท่านได้บอกชาวบ้านว่าได้เห็นทางเข้าไปในถ้ำยาว  มีถ้ำน้อยใหญ่อีกหลายถ้ำ  บางถ้ำมีพื้นที่กว้างขวางสวยงาม  กระทั่งปี พ.ศ.2540  นายศักดิ์ชัย  บุญคง  สมาชิก อบต. ตำบลปาล์มพัฒนาได้ทำการสำรวจร่วมกับทางราชการและราษฏรถ้ำภูผาเพชรจึงได้เปิดโฉมหน้าให้คนทั่วไปได้รู้จักกันทุกวันนี้

ปี พ.ศ. 2541  นักโบราณคดีของสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ 10  จังหวัดสงขลา  ได้สำรวจบริเวณถ้ำภูผาเพชร  โดยความร่วมมือของสภาตำบลปาล์มพัฒนา  พบร่องรอยหลักฐานทางโบราณคดี  ประกอบด้วยกระดูกมนุษย์ยุคโบราณ  พบเศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบร่องรอยส่วนก้นภาชนะดินเผา  ถูกหินปูนและเปลือกหอยยึดเกาะอยู่  นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า  บริเวณถ้ำภูผาเพชรเคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 3,000  ปีมาแล้ว

ถ้ำภูผาเพชรมีเนื้อที่ประมาณ  50  ไร่  หรือ 20,000  ตารางวา  แบ่งเป็นห้องเล็กห้องน้อยประมาณ  20  ห้อง  ชื่อเรียกต่างกันออกไป  เช่น  ห้องปะการัง  มีหินงอกหินย้อยคล้ายปะการังในทะเล  ห้องเห็ด  เต็มไปด้วยรูปดอกเห็ดขนาดต่าง ๆ  ห้องม่านเพชร  ลักษณะคล้ายผ้าม่านแขวนเป็นหลืบซ้อนกัน  ห้องพญานาคเห็นหินงอกต่อตัวกันคล้ายงูใหญ่หรือพญานาค  ส่วนห้องสวนมรกตจะมีสีเขียว  ส่องแสงระยิบระยับคล้ายสีของมรกต  ล้วนเป็นการรังสรรค์ของธรรมชาติโดยแท้

ถ้ำภูผาเพชรจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวบนบกแห่งใหม่ของจังหวัดสตูล  การไปมาก็สะดวก  มีถนนลาดยางถึงบริเวณปากถ้ำ  สภาตำบลปาล์มพัฒนาดำเนินการเร่งรัดปรับปรุงสถานที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดสตูลขณะนี้

น้ำตกวังสายทอง…..น้ำตกรูปทรงดอกบัว articleหมู่ที่ 4  ต. น้ำผุด  อ. ละงูน้ำตกวังสายทองตั้งอยู่ในหมู่ที่  10  ตำบลน้ำผุด  อำเภอเมืองละงู  ห่างจากเขตเทศบาลตำบลกำแพง  28  กิโลเมตร  สถานที่สำคัญที่ตั้งอยู่ใกล้น้ำตกวังสายทอง  คือโรงเรียนบ้านวังสายทอง  ซึ่งเปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษา  น้ำตกตั้งอยู่ริมถนนสายทุ่งนางแก้ว-วังสายทอง  ถนนลาดยางตลอด  สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดปีต้นน้ำของน้ำตกวังสายทองเกิดจากคลองวังน้อยสายน้ำเกิดจากการทะลักของน้ำในถ้ำใต้ภูเขา  ไหลออกมาตามช่องเขาลงสู่แอ่งน้ำต่างๆ  ที่รองรับด้านล่างลักษณะเป็นชั้นๆ  จุดเด่นของน้ำตกคือมีพื้นดินเป็นหินปนทราย  บริเวณก้อนหินจะไม่เกิดตะไคร่น้ำจับ  สามารถเดินข้ามไปมาได้สะดวก  ไม่เกิดอุบัติเหตุ

ความงามของน้ำตกวังสายทองจึงอยู่ที่แอ่งน้ำแต่ละชั้นลดหลั่นกันลงมาจากชั้นบนสุดถึงต่ำสุดคล้ายดอกบัวคือส่วนบนจะแคบ  ส่วนข้างล่างจะกว้างออก  แต่ละชั้นเดินข้ามไปมาได้ง่าย  มีต้นมาขึ้นแซมสลับใช้จับเกาะได้  รอบๆน้ำตกมีตกไม้ใหญ่น้อย  ช่วยให้บรรยากาศร่มรื่น  เหมาะที่จะไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างดี

ผู้ที่ไปเที่ยวน้ำตกวังสายทอง  ปะเหมาะโชคดีอาจได้พบกับคนพื้นเมืองคือ  “เงาะป่า”   หรือพวกนิกริโต  ซึ่งย้ายถิ่นไปมา  อาจจะออกมาพบปะผู้คนในท้องที่  ได้พบเห็นชาวเงาะป่า  ซึ่งวีถีชีวิตแตกต่างจากคนทั่วไป  ยังดำรงชีวิตแบบย้อนยุค  เป็นคนป่าคนดง  ยังมีให้พบเห็นได้แถบป่าเขาตอนเหนือของอำเภอละงู

กุ้ยหลินเมืองไทย

อุทยานแห่งชาติเขาสก อยู่ในเขตจังหวัดสุราษฏร์ธานี อาณาเขตครอบคลุมพื้นที่บริเวณเทือกเขาสูง ในพื้นที่จังหวัด  สุราษฎร์ธานีไปจนถึงอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ซึ่งแบ่งเป็น 2 พื้นที่ใหญ่ ๆ คือ เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือ เขื่อนรัชชประภา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ กม 57-58 ตามเส้นทางหลวงสาย 401ห่างออกไปอีก 51 กม.คือบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งตั้งอยู่ที่ กม. 109 บนถนนเส้นเดียวกัน แต่เดิมนั้น อุทยานแห่งชาติเขาสก มีเฉพาะพื้นที่ที่เป็นป่าเขา อยู่มาภายหลังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้สร้างเขื่อนเชี่ยวหลายขึ้นมาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า จึงทำให้พื้นที่ป่าบางส่วนกลายเป็นเขื่อนเก็บน้ำ และยังอยู่ในการดูแลพื้นที่โดยอุทยานแห่งชาติเขาสก

 เขื่อนรัชชประภา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของอุทยานแห่งชาติเขาสก ทัศนียภาพโดยทั่วไปภายในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนรัชประภา มีทัศนียภาพที่สวยงามมาก นักท่องเที่ยวทุกคณะที่ไปเห็นล้วนประทับใจ ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนที่สูงชันล้อมรอบไปด้วยผืนน้ำที่กว้างใหญ่ ด้วยความลึกของระดับน้ำ กอปรกับสีของตะไคร้น้ำที่อยู่เบื้องล่าง ทำให้น้ำในเขื่อนมีสีเข้มเหมือนสีมรกต จนนักท่องเที่ยวหลายท่านคิดว่าเป็นน้ำทะเล 


          แหล่งท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติเขาสกแบ่งลักษณะการท่องเที่ยวตามลักษณะพื้นที่ได้ 2 ประเภท คือการท่องเที่ยวทางบก หรือการเดินป่า ชมน้ำตกต่าง ๆ ไฮไลท์ของที่นี่คือ “ดอกบัวผุด” ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ ว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในโลก มีกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ สำหรับที่เขาสกนี้พบว่ามีดอกบัวผุดอยู่หลายจุดและมีดอกผลัดเปลี่ยนกันบานไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ต้นฤดูจนถึงปลายฤดู ส่วนการท่องเที่ยวทางน้ำ หรือการล่องเรือชมวิวเหนือเขื่อน นอนแพสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่รายรอบไปด้วยผืนน้ำและภูเขา พายเรือแคนู เล่นน้ำ ตกปลา นั่งเรือไปเที่ยวถ้ำปะการังหรือถ้ำน้ำทะลุ  หรือจะเลือกนั่งซุ่มดูนกเงือกที่มีมากมายในป่าแห่งนี้ก็ได้

“ดอกบัวผุด”

          เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีชื่อสามัญว่า Sapria Himalayana เป็นพืชกาฝากที่อาศัยน้ำเลี้ยงจากรากของพืชจำพวกเถาว์องุ่นป่า ซึ่งชาวบ้านจะเรียกกันว่า “ย่านไก่ต้ม” ไม่มีใบ ไม่มีลำต้น มีเพียงแต่ดอกสีแดงอมส้มโผล่ขึ้นมาจากดินเท่านั้น มีกลิ่นค่อนข้างแรง จะบานให้เห็นช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม